วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

ป้องกันผมเสียจากคลอรีนในสระว่ายน้ำ
 
 
 
หลาย ๆ คนหนีร้อนด้วยการกระโดดลงสระว่ายน้ำ แหวกว่ายให้เย็นชื่นใจ แต่ในขณะที่ร่างกายเย็นสดชื่น
เส้นผมของเรากลับถูกทำลายลงในเวลาเดียวกัน เนื่องจากคลอรีนที่มีอยู่ในสระว่ายน้ำนั่นเอง
“คลอรีน”?เป็นสารที่เติมลงในสระว่ายน้ำ เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคและทำลายคราบโปรตีนต่าง ๆ ทำให้น้ำสะอาดตลอดเวลา แต่ของแถมที่ไม่พึงปรารถนาก็คือมันสามารถทำลายเส้นผมของเราซึ่งเป็นสาร ประกอบจากโปรตีนเช่นกัน
หลังจากว่ายน้ำเราจึงสังเกตได้ว่า ผมจะแห้งหยาบกว่าปกติ ยิ่งในผู้ที่ว่ายน้ำเป็นประจำอยู่แล้ว ผมก็จะยิ่งแห้งเสีย เปราะขาดง่าย ไร้น้ำหนัก ส่วนผู้ที่ทำสีผมหรือทำไฮไลต์มา คลอรีนก็จะทำให้สีผมผิดเพี้ยนไปได้เร็วขึ้น ยิ่งเป็นสีอ่อนอย่างสีบลอนด์ ผมอาจเปลี่ยนกลายเป็นสีเทาได้เลยทีเดียว ยิ่งลงว่ายน้ำกลางแดดจัด ความร้อนจากแสงแดดจะเปิดเกล็ดผม ทำให้คลอรีนแทรกซึมถึงแกนผมและทำร้ายผมได้รุนแรงมากขึ้น เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันเส้นผมจากคลอรีนในสระว่ายน้ำ ลองปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ดูนะคะ
หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำกลางแดดจัด
สวมหมวกว่ายน้ำทุกครั้ง แม้ไม่อาจช่วยปกป้องผมไม่ให้เปียกได้ แต่ก็ช่วยลดโอกาสที่จะให้เส้นผมสัมผัสกับน้ำและคลอรีนโดยตรงได้
ล้างผมให้เปียกทุกครั้งก่อนลงว่ายน้ำ และล้างคลอรีนออกจากเส้นผมทุกครั้งหลังขึ้นจากสระน้ำ
ชโลมผมด้วยคอนดิชั่นเนอร์บาง ๆ ก่อนลงว่ายน้ำ ด้วยวิธีนี้คอนดิชั่นเนอร์จะช่วยเคลือบเส้นผมและปิดเกล็ดผมไม่ให้คลอรีนแทรก ซึมเข้ามาทำลายจนผมเสียความชุ่มชื้นมากนัก
หลังการว่ายน้ำ สระผมให้สะอาดด้วยยาสระผมประเภท Clarifying Shampoo ที่จะช่วยล้างคลอรีนที่ตกค้างอยู่ในเส้นผมออกได้ แล้วตามด้วยคอนดิชั่นเนอร์บำรุงผมชนิดเข้มข้น
ผู้ที่ว่ายน้ำเป็นประจำ ควรหาเวลาเข้าร้านทำผมเพื่อทำทรีตเม้นต์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการคลายร้อนที่ทะเล แม้น้ำทะเลจะไม่ทำร้ายเส้นผมเท่ากับคลอรีน แต่แดดจัด ๆ ก็ทำให้ผมแห้งกระด้างได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นอย่าลืมใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันเส้นผมจากแสงแดด อย่างสเปรย์กันแดด หรือลีฟออนคอนดิชั่นเนอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้เส้นผม ทั้งยังช่วยให้เส้นผมไม่แห้งพันกันง่ายจากลมทะเลด้วย
นอกจากนี้เรายังมีสูตรครีมหมักผม ที่จะช่วยล้างเส้นผมคุณจากคลอรีนแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ราคาแพงมาฝากกันด้วยค่ะ
ส่วนผสม
น้ำเลมอนหรือน้ำมะนาว 1/4 ถ้วย
เบคกิ้งโซดา หรือ โซเดียมไบคาร์บอเนต 2 ช้อนโต๊ะ
ยาสระผมสูตรอ่อนโยน 1 ช้อนชา
วิธีใช้
1. ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี
2. ล้างผมให้เปียก แล้วนวดส่วนผสมนี้ให้ทั่วทั้งเส้นผมและหนังศีรษะ อย่าลืมชโลมให้ทั่วทั้งปลายผมด้วย
3. หมักทิ้งไว้ด้วยการใส่หมวกอาบน้ำ หรือแวร็ปด้วยพลาสติกใส ทิ้งไว้ 30 นาที
4. ล้างออกแล้วสระผมตามปกติ
ด้วยคุณสมบัติของโซเดียมไบคาร์บอเนตซึ่งช่วยสลายสารพิษตกค้าง จะช่วงล้างเอาคลอรีนออกไปจากเส้นผมของคุณ ทั้งนี้อย่าลืมตบท้ายด้วยบำรุงผมด้วยคอนดิชั่นเนอร์ทุกครั้งนะคะ
รู้วิธีป้องกันเส้นผมจากคลอรีนตัวร้ายในสระว่ายน้ำแบบนี้แล้ว คราวนี้สาว ๆ ก็กระโดดลงสระว่ายน้ำได้อย่างสบายใจไม่ต้องกลัวผมเสียแล้วล่ะค่ะ
 
 
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Blogger.com ค่ะ
 
สนใจท่องเที่ยวไปกับน่านฟ้าเวิร์ลทัวร์ติดต่อได้ที่
Tel: 087-084-2233

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

การเตรียมพร้อมสำหรับการดำน้ำตื้น


 
-การไปเที่ยวเพื่อการดำน้ำ จะต้องประมาณตนเองว่ามีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอ นอกจากจะเพื่อความปลอดภัยของตนเองแล้ว ยังไม่เป็นภาระของผู้อื่นด้วย
ผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็นแต่อยากไปดำน้ำตื้นกับเพื่อนด้วย ควรมีความพร้อมทั้งร่างกายคือแข็งแรงและพร้อมด้านจิตใจ คือต้องไม่กลัวจมน้ำ ธรรมชาติของร่างกายคนเราเวลาที่ลงน้ำจะลอย ยิ่งมีชูชีพพยุงตัวอยู่ด้วยแล้วรับรองไม่จมแน่ แต่มักจะบังคับการลอยตัวไม่เป็น ขอบอกว่าไม่ยาก ลองทำแบบนี้ซิ ถ้านอนหงายต้องการจะตั้งตัวตรงให้งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแล้วตัวจะตั้งตรงเองแล้วยืนขาตรงให้เป็นปกติ แต่ถ้านอนก้มหน้าต้องการตั้งตรงก็ให้งอเข่าอีกเช่นกันเมื่อตั้งตรงแล้วก็ยืดขาตามปกติ
-การออกไปดำน้ำดูปะการัง ควรไปด้วยกันอย่างน้อย 2 คน เสมอ เพระหากเกิดเหตุก็สามารถช่วยกันได้ ไม่ควรไปคนเดียวเด็ดขาด
-ควรหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมของธรรมชาติที่ไม่เหมาะต่อการดำน้ำ เช่น มีคลื่นรุนแรง ฝนตกหนัก บริเวณที่มีหน้าผาหินแหลมคม น้ำทะเลขุ่นมัวไม่ใส เป็นต้น
-การดำน้ำตื้นควรมองในมุม 30 องศา เพราะจะสามารถมองดูสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลได้ดี ไม่ว่าจะเป็นปลา ปะการัง สัตว์น้ำอื่นๆ ในสภาพสิ่งแวดล้อมได้กว้างกว่าในมุมเดียวกันกับคนที่ว่ายมาด้วยกันก็ไม่สามารถมองเห็นเหมือนกัน
-การดำน้ำดูปะการังไม่ควรรีบว่าย ควรค่อยๆ ว่ายช้าๆ ดูดีๆ มีปลาที่พรางตัวให้เข้ากับธรรมชาติ หรือซ่อนอยู่ตามซอกหลีบปะการัง หรือหนอนฉัตรหลากสีตามโขดหินหรือ แม้แต่ปู หอย ตัวเล็กตัวน้อย อีกมากมาย จะทำให้เรามีการสังเกตมากขึ้นและได้เห็นมากกว่าคนอื่น
-ห้ามจับหรือไปสัมผัสสัตว์น้ำทุกชนิด เพราะว่าส่วนใหญ่จะมีพิษเพื่อป้องกันตัว อย่างสุภาษิตที่ว่า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก สัตว์น้ำก็ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน แม้ว่าสัตว์บางชนิดไม่มีพิษ แต่มีสิ่งแวดล้อมแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันช่วยป้องกันอันตรายให้ เช่น ปลาการ์ตูน ไม่มีพิษ แต่อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลที่มีเข็มพิษอยู่ ดังนั้น ปลาการ์ตูนมีสีสรรสวยงามเพื่อหลอกล่อให้ปลาอื่นเข้าใกล้ และเป็นอาหารให้ดอกไม้ทะเล ในขณะเดียวกันดอกไม้ทะเลก็มีเข็มพิษไว้ดักจับปลาที่ถูกหลอกมาเป็นอาหาร เป็นการป้องกันปลาการ์ตูนไปด้วย ดังนั้น เห็นปลาการ์ตูนสวยๆ ไม่ควรไปจับเพราะอาจโดนเข็มพิษของดอกไม้ทะเลได้ หรือแม้แต่ปลิงทะเลที่ดูนิ่มๆ ไม่มีพิษ หากจับมันมาโยนเล่น น้ำ้ำเมือกใต้ท้องของปลิงที่พ่นออกมาทำให้ตาบอดได้

 
-เมื่อว่ายน้ำเข้าไปในบริเวณที่มีปะการังตื้นมากๆ ควรลอยตัวนิ่งๆ แล้วใช้มือค่อยๆ แหวกว่ายออกไปให้พ้นจากบริเวณนั้นโดยไม่เตะเท้าหรือตีนกบ เพราะอาจถูกปะการังจนแตกหักพังทลายได้ และหากเสียหลักเมื่อถูกคลื่นซัดอย่าใช้ขาเหยียบพื้น เพราะอาจทำลายปะการังและทำให้เราได้รับบาดเจ็บได้ แต่ควรปล่อยให้ลอยไปตามคลื่น ถ้ารู้ว่าจะถูกปะการังหรือกระแทกกับโขดหินก็ต้องพยายามใช้บริเวณปลายนิ้ว หรือฝ่ามือดันออกมา
-ห้ามยืนบนปะการังเด็ดขาด เพราะว่าปะการังจะโตประมาณ 1 ปี แค่ 1 เซนติเมตร บนก้อนปะการังหนึ่งก้อนประกอบด้วยปะการังเล็กๆ หลายๆ ตัวรวมกัน และเป็นการสร้างรูปร่างให้พอกับการรับน้ำหนักของตัวประการังเองเท่านั้น การที่ไปเหยียบบนปะการัง หมายถึงความตายของปะการังหลายร้อยตัว และบางครั้งการไปยืนบนโขดหินที่มีเพรียงเกาะอยู่ ก็อาจจะบาดเท้าได้ หรือตามปะการังมีเม่นทะเลอยู่ อาจทิ่มตำเท้าให้เจ็บแสบได้
-ระหว่างขึ้นหรือลงเรือนั้นควรรอให้เรือจอดสนิท ห้ามเอามือจับกาบเรือหรือเดินบนกาบเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาจอดเทียบท่าหรือจอดเทียบเรือลำอื่น
-เวลาลงน้ำ ควรหันหน้าเข้าหาเรือ ลงตามบันไดเรือ เมื่อถึงน้ำให้ผลักตัวออกจากเรือ อย่าโดดน้ำเพราะไม่รู้ว่าความลึกของน้ำแค่ไหน อาจจะไปทำปะการังหัก และท่านเองก็ได้รับบาดเจ็บจากการชน กระแทก โขดหินได้
-เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือดังขึ้น ควรสำรวจดูว่าเรือลำนั้นจะวิ่งมาทางที่เราดำน้ำหรือไม่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีเรือเร็วหรือสกูตเตอร์ ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
-อย่าว่ายเข้ามาใกล้เรือบริเวณหัวเรือและท้ายเรือ เพราะหัวเรืออาจถูกคลื่นโยนตัวและกระแทกถูกเราจนได้รับบาดเจ็บได้ ส่วนท้ายเรือมีใบพัดซึ่งมีนักดำน้ำหลายคนเสียชีวิตเพราะใบพัดเรือมาแล้ว
-ควรดื่มน้ำมากๆ ก่อนลงทะเล เพราะเวลาเราว่ายน้ำ มีการสูญเสียน้ำในร่างกายมาก การดื่มก่อนจะทำให้เราไม่หิวกระหายได้ง่าย
-ห้ามทิ้งขยะลงทะเล หากเห็นขยะลอยอยู่ก็ช่วยๆ กันเก็บขึ้นมา เพื่อเป็นการอนุรักษ์ท้องทะเลบ้านเราให้คงอยู่ต่อไปอีกนานแสนนาน


ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Multiply.com ค่ะ
 
 
สนใจท่องเที่ยวไปกับน่านฟ้าเวิร์ลทัวร์ติดต่อได้ที่

Tel: 087-084-2233

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2556

เทคนิคการเลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะกับรูปร่าง

ร้อน ร้อน ร้อน เหงื่อแตกซิกแบบนี้ อย่ามัวแต่กลัวหลบแดดอยู่ในบ้าน แต่ได้เวลาแห่งการโชว์สัดส่วนโดดน้ำตูมตูมแล้วนะจ๊ะสาวๆ

และ..หากใครไม่กล้าใส่ ชุดว่ายน้ำ ยกมือขึ้นสูงๆ อย่าไปมัวเขินอายกันเลยจ๊ะ แต่หากคุณไม่กล้าที่จะใส่ชุดว่ายน้ำเพราะหุ่นไม่เป๊ะ! หุ่นแห้งเหี่ยว หรือสะบึมอึ๋มไปทั้งร่าง งั้นเรามีเทคนิกหาชุดว่ายน้ำเลิศๆ เด็ดๆ ไว้ใส่ขยี้ใจชายมาฝากกันค่ะ

เทคนิคเลือกวันพีซ
ขอนำเทคนิคสุดง่าย ในการเลือกชุดว่ายน้ำแบบวันพีช (1 piece) หากคุณเป็นสาวที่มีหน้าอกเล็ก แฟบ แบนแต้ดแต๋เป็นไม้กระดาน ควรเลือกชุดว่ายน้ำแบบวันพีช ที่มีทรงเสริมในตัว เพื่อรูปร่างที่ดูดีสมส่วน

หรือถ้าคุณเป็นสาวขาสั้น มะขามข้อเดียว ควรใส่ชุดว่ายน้ำแบบวันพีช ที่มีขาเว้าสูงขึ้นไป เพื่อทำให้ดูขายาวเรียวขึ้นนะ

อ๊ะ! แต่ถ้าเป็นสาวขาใหญ่ สะโพกทอร์นาโด ชุดว่ายน้ำแบบวันพีชควรเลือกชุดว่ายน้ำแบบกระโปรงคลุมเพื่ออำพรางสะโพกอันเบ้อเริ่มเทิ้มจะช่วยทำให้คุณมั่นใจได้มากขึ้นนะฮะ

เทคนิคเลือกทูพีซ
->สาวอกบึ้ม
สาวอกโต ล้นทะลัก ใครว่าแซ่บ เพราะมันทั้งหนักอกหนักใจ จะหาชุดว่ายน้ำทีก็หวั่นพวกถ้ำมอง เพราะทะลักทะล้นจนคนมองแต่หน้าอก!

แล้วจะเลือกอย่างไรล่ะ…ห้ามเด็ดขาด ชุดว่ายน้ำแบบเกาะอก สายสปาเก็ตตี้ สายเดี่ยวเสียวหลุดทั้งหลายแหล่ เพราะอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันหลุดโพล๊ะ!ได้ ถ้าไม่อยากโป๊ลอง ชุดว่ายน้ำแบบคล้องคอ มีแบบเก๋ๆให้เลือกเพียบ ใครจะเลือกแบบทูพีซ (2 pieces) เน้นชุดที่มียางยืดใต้หน้าอกหนาๆเล็กน้อย หรือจะเป็นแบบมีโครงก็จะช่วยเก็บทรงให้ดูดีขึ้นด้วยอีกแน่ะ

->สาวอกแฟบ
สาวอกเล็กแบนแต๊ดแต๋มักจะเข้าใจผิดว่าต้องใส่ชุดว่ายน้ำแบบปกปิดมิดชิดอย่างชุดเต็มตัว เพื่ออำพรางรูปร่าง แต่แบบนั้นจะทำให้ดูแบนราบเป็นไม้บรรทัดไปทั้งตัว ควรเลือกชุดที่คอวีลึกนิดๆ มีสายคล้องคอ หรือทูพีชเสริมฟองน้ำให้อกตูมเล็กน้อย จะช่วยให้เป็นสาวอกเล็กแบบสมส่วน

->สาวลำตัวยาว
สาวที่มีช่วงเอวยาว ถ้าใส่บิกินี่น้อยชิ้นเมื่อไหร่ดับอนาถแน่แท้ เพราะจะเป็นการเน้นช่วงเอวที่ยาวอยู่แล้ว ให้ยืดยาวหนักเข้าไปอีก

ควรจะพรางเอวด้วยชุดว่ายน้ำทูพีชที่ท่อนบนยาวลงมาใต้อกตั้งแต่ 3 นิ้ว จะคลุมถึงเอวหรือยาวไปจนถึงปิดสะดือก็ได้ ส่วนท่อนล่างเป็นบิกินี่แบบไฮคัต (Hi Cut) จะทำให้รูปร่างดูสมส่วนมากขึ้น


->สาวเอวสั้น
อย่าเด็ดขาดไม่ควรปกปิดหน้าท้องหรือพุงกระทิด้วยชุดแบบกางเกงขาสั้นเอวสูง ควรจัดเต็มกับชุดทูพีชสไตล์เอวต่ำหรือมีลายแบบทางลงจะช่วยให้ช่วงเอวดูยาวสมส่วนขึ้น

หรือชุดวันพีชคอวีลึกที่มีโบว์หรือเข็มขัดตกแต่งตรงสะโพกดึงดูดสายตา หรือชุดว่ายน้ำที่มีลายเส้นแบบทะแยงมุมก็เหมาะใช่เล่น

->สาวอวบอ้วน
แม้ชุดว่ายน้ำส่วนใหญ่จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสาวอวบตุ้ยนุ้ย แต่เราก็สามารถเลือกใส่ให้ดูดีได้ แนะนำให้เลือกชุดทูพีชที่เหมือนเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น เอาแบบให้โชว์สะดือกรุบกริบ

หรือคอวีคว้านลึกๆ ก็จะช่วยเบนความสนใจของหุ่นเราได้ หรือแบบที่มีการตกแต่งระดับใต้อก ช่วยปิดพุงได้ดีเลยล่ะ

->สาวต้นขาใหญ่
ถือเป็นเฉพาะส่วนที่สาวหลายคนสะพรึงกลัวหั่นวิตกกันหลายนางขาใหญ่เป็นโต๊ะสนุกขนาดนี้ ชุดว่ายน้ำน้อยชิ้นจะพรางไงไหวล่ะ

ห้ามเด็ดขาด ปิดท่อนล่างจนเกินเหตุ บางทีการที่เราตั้งใจปกปิดมากไปก็ทำให้มันเด่นมากขึ้นนะลอง เลือกชิ้นบนให้มีลูกเล่น หรือสีสันฉูดฉาด เพื่อดึงความสนใจ แล้วเลือกชิ้นล่างเป็นกระโปรงที่ไม่พองจนเกินไป หรือแบบกางเกงขาสั้น จะทำให้พรางขาโต๊ะสนุกได้ดีเลยเชียวล่ะ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก ผู้จัดการ online ค่ะ

สนใจท่องเที่ยวไปกับน่านฟ้าเวิร์ลทัวร์ติดต่อได้ที่
E-Mail: Nanfahtour@gmail.com
Tel: 087-084-2233

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิธีทำให้เสื้อผ้าเรียบโดยไม่ต้องใช้เตารีด



เวลาเราเดินทางส่วนใหญ่จะเซ็งกับปัญหาชุดสวยของคุณยับยู่ยี่หลังจากนำออกจากกระเป๋าเดินทาง แต่เคล็ดลับนี้จะทำให้คุณหมดปัญหานั้นได้สบายๆ ค่ะ โดยไม่ต้องพึ่งเตารีดกันเลยค่ะ มีอะไรบ้างลองทำดูนะคะ

1 ใช้ไดร์เป่าผม โดยทำให้บริเวณรอยยับเปียกน้ำพอหมาดๆ จากนั้นใช้ไดร์เป่าผมเป่าให้แห้ง รอยยับก็จะหายไปค่ะ

2 ใช้ผ้าขนหนูหมาด โดยวางเสื้อผ้าที่ยับลงบนพื้นเรียบๆ แล้วนำผ้าขนหนูหมาดๆมาวางทับด้านบน จากนั้นใช้มือรีดผ้าให้เรียบ เสื้อผ้าของคุณก็จะเรียบไปด้วยค่ะ

3 ใช้เครื่องทำน้ำอุ่น โดยแขวนเสื้อผ้าที่ยับไว้ในห้องน้ำแล้วเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นให้ร้อน เปิดน้ำทิ้งไว้ ระวังอย่าให้น้ำกระเด็นโดนเสื้อผ้า แล้วปิดประตูห้องน้ำนานประมาณ 15 นาที ไอน้ำร้อนจะช่วยให้เสื้อผ้าของคุณเรียบได้ค่ะ

4 ใช้กาต้มน้ำ หลักการคล้ายกับเครื่องทำน้ำร้อน คือ ต้มน้ำให้เดือด แล้วใช้ไอน้ำที่ออกจากพวยกา อังไปยังเสื้อผ้าที่มีรอยยับที่แขวนไว้ รอยยับก็จะหายไปค่ะ

5 ใช้เครื่องรีดผม เครื่องรีดผมจะมีคุณสมบัติคล้ายเตารีด โดยเปิดเครื่องรีดผมที่ความร้อนระดับปานกลาง จากนั้นก็ไปรีดเสื้อผ้าบริเวณที่ยับ แต่อย่างแช่ทิ้งไว้นานเกินไป เพราะอาจจะทำให้เสื้อผ้าของคุณขาด หรือไหม้ ได้ค่ะ

สนใจท่องเที่ยวไปกับน่านฟ้าเวิร์ลทัวร์ติดต่อได้ที่
E-Mail: Nanfahtour@gmail.com
Tel: 087-084-2233
เคล็ดลับการเดินทางแบบ Backpacker


       อะไรคือ Backpacker คุณอาจสงสัย มันคือการท่องเที่ยวแบบหิ้วเป้ 1 ใบแล้วไปลุยกันประมาณนี้ แต่อะไรบ้างหละที่เราจะต้องเอาไปด้วย มาดูกัน

1. กระเป๋าสัมภาระ หรือ เป้ …. เป็นสิ่งแรกเลยที่เราจะต้องมองหาไว้ เพราะถ้าไม่มีกระเป๋า เราก็จะนำสัมภาระต่างๆ ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราจะต้องเลือกกระเป๋าให้เหมาะสมกับการเดินทางแบบ Backpacker ซะก่อน โดยเลือกให้มีขนาดที่สามารถสะพายไหว ไม่ใหญ่จนเกินไป และมีช่องใส่ของมากๆ เข้าไว้ยิ่งดี

2. เสื้อผ้า ?. เป็นสิ่งที่จำเป็นที่ Backpacker จะต้องเตรียมไว้ โดยคำนึงถึงโปรแกรมการเดินทางว่าคุณจะไปสถานที่ท่องเที่ยวประเภทไหนบ้าง ส่วนใหญ่จะเตรียมกางเกงไปไม่เกิน 3 ตัว เสื้อไม่เกิน 5 ตัว และชุดชั้นในประมาณ 3 ? 4 ชุด เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนชุดควรจะรีบซักไว้ เพื่อเอาไว้ใส่วันถัดไปของทริป

 3. ยารักษาโรค …. เป็นสิ่งที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือถ้าไม่มีโรคประจำตัว อย่างน้อยก็ต้องพก พาราเซตามอล ไปซักหน่อย ยาหม่อง ยาดม พลาสเตอร์ยา แอลกอฮอล์ล้างแผล เป็นต้น

4. ผ้าเช็ดตัว และอุปกรณ์ในการอาบน้ำ …. ไม่ต้องเตรียมไปผืนใหญ่มาก แค่พอเช็ดตัวให้แห้งและสามารถนุ่งได้มิดชิดก็พอ จะได้ประหยัดเนื้อที่ในการกระเป๋าได้ ส่วนอุปกรณ์ในการอาบน้ำ ได้แก่ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ยาสระผม หรืออื่นๆ เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

5. รองเท้าแตะ …. นำไปเปลี่ยนสลับกับรองเท้าผ้าใบบ้างในบางครั้ง โดยเลือกแบบราคาไม่แพง และพร้อมที่จะทิ้งได้ตลอดเวลา

6. กล้องถ่ายภาพ และอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น ….. เป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ไม่น้อยสำหรับนักท่องเที่ยว เมื่อเวลาเดินทางไปเที่ยวที่ไหน ก็ควรจะมีเครื่องบันทึกความทรงจำอย่างกล้องถ่ายภาพ เพื่อจะได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก และนำไปแชร์ให้กับคนอื่นๆ ดูได้ ว่าเราเคยไปเที่ยวที่นั่นมาแล้ว

7. หนังสือหรือคู่มือนำเที่ยว ….. ควรพกติดตัวไปไว้ด้วย จะได้ไม่พลาดกับสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ในบริเวณที่เราเดินทางไป

8. ไฟฉาย ….. เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอีกอย่างหนึ่ง ในช่วงเวลาที่เราเดินทางไปในสถานที่ที่มีแสงสว่างน้อย โดยเฉพาะในเวลาค่ำคืน

9. มีดพกเอนกประสงค์ ….. ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น และอาจจะมีประโยชน์ในบางโอกาส อย่างเช่น การป้องกันตัวจากผู้ประสงค์ร้าย

10. ถุงพลาสติก ….. เป็นสิ่งที่อาจจะมีความจำเป็นในบางเวลา อย่างเช่น นำมาใส่สิ่งของเพื่อป้องกันไม่ให้เปียกน้ำ หรือไว้ใส่เสื้อผ้าที่เปียกน้ำก็ได้ค่ะ

สนใจท่องเที่ยวไปกับน่านฟ้าเวิร์ลทัวร์ติดต่อได้ที่
E-Mail: Nanfahtour@gmail.com
Tel: 087-084-2233

วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556

หลวงพระบาง
 

 
หลวงพระบางในอดีต เคยเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวลาวมาช้านาน เนื่องจากเคยเป็นเมืองหลวงที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตหลายพระองค์ ความรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมในอดีตยังคงปรากฏให้เห็นแม้ในช่วงเวลาปัจจุบัน กาลเวลาที่ผ่านไป ไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนลาวที่นี่มากมายนัก ด้วยเคยเป็นพื้นที่ ที่เข้าถึงได้ยากมาก่อน คนลาวยังโอบอ้อมอารี สุภาพ นิ่มนวลและเป็นมิตร เสน่ห์ของเมืองที่ยากจะหาที่ไหนในโลกมาเทียบได้ หลวงพระบาง เป็นเมืองที่อุดมด้วยสถาปัตยกรรมอันวิจิตรของวัดวาอาราม บ้านเรือนเก่าแก่สไตล์โคโลเนียล สถาปัตยกรรมที่สวยงามมีเสน่ห์ของยุคอาณานิคม และการวางผังเมืองที่ฉลาด ซึ่งทำให้เมืองหลวงพระบางกลมกลืนเข้ากับสภาพภูมิประเทศที่ถูกห้อมล้อมด้วยขุนเขาโดยรอบ และการที่เมืองตั้งอยู่ริมสายน้ำโขงและสายน้ำคานที่ไหลมาบรรจบกัน ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามของป่าเขา การเข้าถึงจากโลกภายนอกในอดีตจึงทำได้ไม่ง่ายนัก ชาวหลวงพระบางจึงยังคงสามารถดำรงขนบธรรมเนียมประเพณีที่เก่าแก่เอาไว้ ความเรียบง่ายของวิถีชีวิต รอยยิ้มที่เป็นมิตรของผู้คน ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีที่ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา ยังเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ที่เมืองเล็กๆแห่งนี้ อีกทั้ง หลวงพระบางยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากในเรื่องของความสวยงามและจำนวนวัดเก่าแก่ที่มีอยู่มากมายมาตั้งแต่สมัยโบราณ รวมถึงการที่ผู้คนยังสามารถดำรงขนบประเพณีวัฒนธรรมอันงดงามไว้ได้เป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้เอง ทำให้หลวงพระบางยังเปี่ยมด้วยลมหายใจของเมืองมรดกโลกที่น่าหลงใหลสำหรับผู้มาเยือนเสมอ
หลวงพระบาง หรืออาณาจักรล้านช้างในอดีต ได้รับการแต่งตั้งจากยูเนสโก ให้เป็นเมืองมรดกโลก ด้วยเหตุผลคือมีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย และมีบ้านเรือนอันเป็นเอกลักษณ์โคโลเนียลสไตล์ ตัวเมืองตั้งอยู่ริมน้ำโขงและน้ำคาน ซึ่งไหลบรรจบกันท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม และ ชาวหลวงพระบางมีบุคลิกที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตร มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่งดงาม หลวงพระบาง จึงได้รับการยกย่องและขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก จากองค์การยูเนสโกในเดือน ธันวาคม พ.ศ.2538

ประวัติหลวงพระบาง
ในอดีตหลวงพระบางเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของลาวมาก่อนกรุงเวียงจันทน์ ตั้งแต่เมื่อครั้งอาณาจักรล้านช้าง ประวัติศาสตร์ของลาว มีความเกี่ยวเนื่องมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรหนองแส หรือน่านเจ้า (ตาลีฟู) ที่อยู่ในมณฑลหยุนหนานของจีน ขุนบรมราชาธิราช (พีล้อโก๊ะ) แห่งหนองแสมีโอรส 7 องค์ แยกย้ายไปครองเมืองต่างๆทั่วสุวรรณภูมิ ต่อมาโอรสองค์โตนาม ขุนลอ (โก๊ะล่อฝง) ได้เป็นกษัตริย์แล้วยกทัพมาตีเมืองชวาใน ค.ศ. 757 เปลี่ยนชื่อเมืองชวาเป็นนครเชียงทอง และมีกษัตริย์ครองเมืองเชียงทองสืบมาอีก 22 พระองค์

ต่อมาในรัชสมัยของพระเจ้าฟ้างุ้ม พระองค์ได้รวบรวมแว่นแคว้นต่างๆของชนเผ่าไท-ลาวในเขตบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำคาน และแม่น้ำอู เพื่อก่อตั้งขึ้นเป็นอาณาจักรล้านช้างในระหว่าง ปี พ.ศ.1896-1916 ณ ดินแดนริมโขง ซึ่งปัจจุบันก็คือบริเวณหลวงพระบาง โดยความช่วยเหลือของกษัตริย์ขอม เนื่องจากมเหสีของเจ้าฟ้างุ้มคือ พระนางแก้วเก็งยา เป็นพระธิดาของกษัตริย์ขอมในขณะนั้น ดินแดนขอมในสมัยนั้น มีการรับนับถือศาสนาพุทธ และคติความเชื่อทางพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองแล้ว ในขณะที่ลาวยังคงนับถือผีกันอยู่ ในรัชสมัยของพระเจ้าฟ้างุ้ม จึงมีการถ่ายทอดและรับเอาศาสนาพุทธเข้ามาแทนการนับถือผี

เชื่อว่า เดิมทีเดียวอาณาจักรล้านช้างมีชื่อเรียกว่า “เมืองชวา” ด้วยมีชาวชวามาอาศัยอยู่มากกว่ากลุ่มอื่น แต่ใน ปี พ.ศ.1900 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “เมืองเชียงทอง” จนกระทั่งกษัตริย์ขอมได้พระราชทานพระพุทธรูปองค์หนึ่งชื่อ “พระบาง” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะสิงหล ให้กับอาณาจักรล้านช้าง เจ้าฟ้างุ้มจึงเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น “หลวงพระบาง”

ต่อมา ในปี พ.ศ.2088 พระเจ้าโพธิสารราชเจ้าได้โปรดให้ย้ายเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้างไปอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์แทน หลวงพระบางจึงไม่ได้เป็นเมืองหลวงของลาวอีกต่อไป ในช่วงยุคสมัยต่อมา อาณาจักรล้านช้างได้แตกออกเป็น 3 อาณาจักร คือ อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ และอาณาจักรล้านช้างจำปาสัก กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้างยังคงสืบทอดราชบัลลังก์มาจนถึงยุคสิ้นสุดราชวงศ์ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการตกเป็นเมืองขึ้นของเมืองสยามในขณะนั้น รวมถึงประเทศเวียดนามและฝรั่งเศส

หลวงพระบาง จึงมีประวัติความเป็นมายาวนาน เป็นราชธานีเก่าแก่ มีวัดวาอารามมากมาย มีบ้านเรือนเก่าเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบโคโลเนียลสไตล์แบบตะวันตก ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ซึ่งไหลมาบรรจบกัน และโอบกอดให้ตัวเมืองอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งชาวหลวงพระบางยังมีบุคลิกที่เป็นมิตร โอบอ้อมอารี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีวิถีชีวิตและประเพณีที่งดงามและยังไม่สุญสลายไปตามกาลเวลา

 
สนใจท่องเที่ยวไปกับน่านฟ้าเวิร์ลทัวร์ติดต่อได้ที่
Tel: 087-084-2233 

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีสำหรับทุกท่านที่รอคอย
คลอดแล้วจ้า!! ทริปเกาะหลีเป๊ะ และลังกาวี
    
                                                                                                  
วันที่ 1
สนามบินดอนเมือง – สนามบินหาดใหญ่ – ท่าเทียบเรือปากบารา – ตะรูเตา – หลีเป๊ะ

05.00 น. เบิกบานกันเต็มที่พร้อมกันที่ “สนามบินดอนเมือง” เตรียมหนังสือเดินทางให้พร้อม
        เพื่อฝากสัมภาระในการเดินทาง “ท่านละไม่เกิน 15 กิโลกรัมนะคะ”
        และรับบัตรที่นั่ง เพื่อขึ้นเครื่องในเวลา “05:45 น.”
06.00 น. นกบินหลาออกจากสนามบินดอนเมือง สู่หาดใหญ่
07.25 น. ถึงแล้วจ้า!! สนามบินหาดใหญ่ รับสัมภาระ และขึ้นรถโค้ชเฮฮาที่เราเตรียมแดนซ์กระจาย
            เพื่อเดินทางไปยังท่าเทียบเรือปากบารา
09.30 น. ณ..ท่าเทียบเรือปากบารา เตรียมตัวให้พร้อมกัน เรากำลังจะเดินทางสู่เกาะหลีเป๊ะ เกาะในฝัน
10.00 น. ระหว่างทางแวะเกาะตะรุเตา (ดินแดนแห่งโจรสลัด) นำท่านถ่ายภาพแห่งความประทับใจ
        หลังจากนั้นเดินทางแวะเกาะไข่ นำท่านชมซุ้มประตูหินแห่งรักพร้อมถ่ายภาพกับ
        สัญลักษณ์การท่องเที่ยวแห่งจังหวัดสตูลไว้เป็นที่ระลึก
11.30 น. ถึงเกาะหลีเป๊ะ รับประทานอาหารกลางวัน ณ..รีสอร์ทที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยนะคะ
16.00 น. นำท่านแวะเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเล เดินเล่น Walking Street บนเกาะหลีเป๊ะ
17.30 น. ชมพระอาทิตย์ตกที่ขอบฟ้าอันดามันใต้ ณ..Sunset Beach
18.30 น. บริการอาหารเย็น ณ..รีสอร์ทที่พัก


วันที่ 2
หลีเป๊ะ- หินงาม-จาบัง-เกาะดง-หินซ้อน-หาดทรายขาว-เกาะยาง-เกาะอาดัง
07.00 น. ทานอาหารเช้าเติมพลังกันก่อน ณ..รีสอร์ทที่พัก
08.00 น. นำท่านเดินทางสัมผัสกับความตื่นเต้น และความประทับใจกับการดำน้ำดูปะการัง ณ..เกาะดง-หินซ้อน
10.30 น. เดินทางต่อไปยังอ่าวไผ่-เกาะรอกลอย นำท่านเล่นน้ำหน้าชายหาดพร้อมกับหมู่ปลานานาชนิด
12.00 น. บริการอาหารกลางวัน ณ..ชายหาดเกาะรอกลอย
13.00 น. เดินทางต่อไปยังหาดทรายขาว-เกาะราวี นำท่านเล่นน้ำหน้าชายหาดพร้อมกับหมู่ปลานานาชนิด
        หลังจากนั้นนำท่านชมปะการังผักกาด ปะการังเขากวาง ณ..เกาะยาง และนำท่านเดินทางสู่เกาะหินงาม
        อันสวยงาม จากนั้นนำท่านชมปะการังเจ็ดสี และธรรมชาติใต้ท้องทะเลอันสวยงาม ณ..ร่องน้ำจาบัง
16.30 น. ก่อนเข้าที่พัก นำท่านสู่เกาะอาดัง ถ่ายภาพความประทับใจ และเข้าสู่ที่พัก ณ..เกาะหลีเป๊ะ พักผ่อนตาม
           อัธยาศัย
18.00 น. บริการอาหารเย็น ณ..รีสอร์ทที่พัก


วันที่ 3
หลีเป๊ะ – ปากบารา – ลังกาวี - Cable car
07.00 น. ตื่นจ้า!! ทานอาหารเช้ากัน ณ..รีสอร์ทที่พัก
08.00 น. เตรียมตัวเดินทางสู่ลังกาวี โดยผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
09.30 น. ออกเดินทางจากหลีเป๊ะ สู่ลังกาวี
10.30 น. หลังขึ้นจากท่าเรือกัวห์ สิ่งแรกที่จะสังเกตเห็นได้ขณะลากกระเป๋าผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองก็คือ
        นกอินทรียักษ์ที่อยู่ตรง จัตุรัสนกอินทรี หรือ ดาตารันลัง (Dataran Lang)
        สัญลักษณ์ของลังกาวีที่ตั้งอยู่ริมทะเลคอยต้อนรับผู้มาเยือน ตามตำนานเล่าว่า "ลังกาวี"
       มาจากนกอินทรี หรือ "เฮอลัง" ในภาษามาเลย์ ส่วนคำว่า "กาวี"
       หมายถึง สีน้ำตาลแกมแดง
11.00 น. นำท่านเดินทางสู่ Cable car นั่งกระเช้าลอยฟ้าสู่ยอดเขากูนุงมะจิจัง ชมทัศนียภาพรอบเกาะลังกาวี
            ถ่ายรูปที่ระลึกบนยอดเขาและเที่ยวชมความงดงามของหมู่บ้าน ORIENTAL VILLAGE ที่รวบรวม
            วัฒนธรรมของสี่ประเทศ คือ ไทย จีน ญี่ปุ่น และมาเลเซียเข้าด้วยกัน
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. นำท่านเดินทางสู่ตลาดกั๊วะเพื่อช้อปปิ้ง ร้านสินค้าที่ปลอดภาษี อาทิ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า
       กล้องถ่ายรูป รองเท้าหนัง ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับนกอินทรีย์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเกาะลังกาวี
18.00 น. นำท่านสู่โรงแรมที่พัก รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย


วันที่ 4
สุสานมัสสุหรี - ตลาดกั๊วะ – สตูล – หาดใหญ่ – สนามบินหาดใหญ่ – สนามบินดอนเมือง
07.30 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
08.30 น. นำท่านเดินทางมนัสการสุสานพระนางไหมสุหรี ผู้สาปเกาะลังกาวีถึง 7 ชั่วอายุคน
        พร้อมฟังบรรยายประวัติพระนางไหมสุหรี แวะช็อปปิ้งตลาดกั๊วอีกหน่อยเพื่อเก็บตก
11.00 น. เดินทางไปท่าเรือเพื่อกลับสู่ประเทศไทย
12.00 น. เดินทางถึงท่าเทียบเรือตำมะลัง และรับประทานอาหารกลางวัน
14.30 น. นำท่านเดินทางสู่ตลาดตันหยง เพื่อช้อปปิ้งอีกครั้งหนึ่ง
17.30 น. ออกเดินทางจากตลาด ไปสู่สนามบินหาดใหญ่
18.00 น. เตรียมหนังสือเดินทางกันนะจ๊ะ แล้วโหลดสัมภาระ รับบัตรที่นั่ง
19.10 น. นกบินหลาอีกครั้งออกจากสนามบินหาดใหญ่
20.35 น. ถึงสนามบินดอนเมืองและเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ


สนใจท่องเที่ยวไปกับน่านฟ้าเวิร์ลทัวร์ติดต่อได้ที่
ติดต่อ: 087-084-2233